10 แนะนำ แบรนด์สกินแคร์+เครื่องสำอางเกาหลี น่าลอง! 2023

แนะนำ 10 แบรนด์สกินแคร์ + เครื่องสำอางเกาหลี 2023 น่าลอง!

สารบัญ

สารบัญ

ถ้าหากพูดถึงแบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางเกาหลี 2023 ที่ดีและมีคุณภาพในประเทศไทยก็คงไม่พ้นเครื่องสำอางแบรนด์ไทยที่ดีไม่แพ้กับเครื่องสำอางจากต่างประเทศเลยค่ะ แต่วันนี้พี่รัศมีอยากหยิบยก 10 แนะนำ แบรนด์สกินแคร์+เครื่องสำอางเกาหลี น่าลอง! 2023 มาให้ทุกคนดูกัน เพราะกระแสการดูแลตัวเองและผิวพรรณคงหนีไม่พ้นผลิตภัณฑ์จากประเทศเกาหลี

นอกจากจะใช้แล้วเห็นผลที่น่าประทับใจแล้ว คุณภาพไม่ต่างไปจากเครื่องสำอางค์เคาท์เตอร์แพงๆเลย แบรนด์ที่พี่รัศมีจะพาให้ชมวันนี้ขอบอกเลยว่าราคาจับต้องได้ ทั้งวัยเรียนและวัยทำงาน ควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้ซักชิ้น 2 ชิ้นกันนะคะ ><

1. แบรนด์ Innisfree

แบรนด์ Innisfree

เป็นแบรนด์ที่ไม่ว่าไปที่ไหนในประเทศไทยเราก็ต้องเห็นค่ะ เป็นแบรนด์เกาหลีคู่บ้านคู่เมืองเลยก็ว่าได้ จุดเด่นของแบรนด์คือ ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ มีความอ่อนโยน สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวแม้ผิวแพ้ง่าย โดยเน้นในการบำรุงผิวหน้าในปัญหาผิวหน้าต่างๆและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมโดยออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สามารถย่อยสลายได้และเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดค่ะ

สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบรนด์ Innisfree

แนะนำผลิตภัณฑ์สกินแคร์เกาหลี 2023 – Innisfree

ครีมกันแดด Innisfree Intensive Long-lasting Sunscreen SPF50+ PA+++ 

ครีมกันแดด Innisfree Intensive Long-lasting Sunscreen SPF50+ PA+++ 
ตัวนี้เป็นกันแดดที่ดีต่อผิวและดีต่อสิ่งแวดล้อมล้อมด้วยค่ะ ติดทน กันน้ำ กันเหงื่อ และบำรุงผิวไปภายในตัวด้วย แถมเค้ายังเป็นสูตรที่เป็นมิตรต่อปะการังอีก ทาไปดำน้ำได้สบายๆเลยล่ะค่ะ เป็นตัวนึงที่น่าลองซื้อมาใช้มากๆเลยนะคะ สำหรับอากาศประเทศไทยที่ร้อนจนเหงื่อออกได้ง่ายระหว่างวันแบบนี้ ตัวนี้ตอบโจทย์สุดๆไปเลยค่ะ

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์พร้อมสรุปรีวิวจากผู้ใช้จริงได้ที่:

บทความ [รีวิว] ครีมกันแดด Innisfree Intensive Long-lasting Sunscreen SPF50+ PA+++ ติดทน กันน้ำ กันเหงื่อ!

2. แบรนด์ Laneige

แบรนด์ Laneige

มาต่อกันที่แบรนด์ลาเนจกันค่ะ เค้าเน้นการดูแลผิวด้วย”น้ำ” เป็นหลัก ด้วยศึกษาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับน้ำและผิว เพราะทางแบรนด์เชื่อว่าความชุ่มชื้นเป็นกุญแจสู่การมีผิวที่ดี จึงทำให้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ส่วนใหญ่นั้นจะช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูผิว การเติมน้ำให้ผิว และช่วยปรับปรุงภูมิคุ้มกันของผิว สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองค่ะ เพราะทุกตัวปราศจาก พาราเบน พทาเลตและสารเคมีอันตราย

ทุกตัวจะออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพผิวเฉพาะ ในเรื่องของปัญหาของแต่ละสภาพผิวอย่างตรงจุด เช่น ออกแบบผลิตภัณฑ์เจาะจงสำหรับกลุ่มคนที่มีผิวหน้าธรรมดา-แห้ง กับกลุ่มคนที่มีผิวหน้าผสม-มัน อีกทั้งเค้ายังทำการทดสอบและออกแบบผลิตภัณฑ์มาเพื่อให้ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ได้ และช่วยเสริมสร้างให้ผิวหน้าของผู้บริโภคแข็งแรงขึ้นค่ะ

สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบรนด์ Laneige

แนะนำผลิตภัณฑ์สกินแคร์เกาหลี 2023 – Laneige

มาส์ก Laneige Water Sleeping Mask EX

มาส์ก Laneige Water Sleeping Mask EX

มาส์กก่อนนอนของ Laneige ตัวนี้เหมาะกับคนผิวธรรมดาจนถึงผิวแห้งมากเลยก็ว่าได้ค่ะ ใช้มาส์กก่อนนอน ตื่นขึ้นมาผิวจะฟูมาก แต่งหน้าติดทนและหน้าไม่แห้งระหว่างวันเลย สามารถช่วยปรับผิวได้ดีสำหรับคนที่มีผิวหน้าแห้ง และยังช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของหน้าแตก ลอก หรือเป็นขุย

แต่ก็มีบางคนที่ได้ลองใช้แล้วรู้สึกว่าเนื้อเจลค่อนข้างจะหนักหน้าไปหน่อย ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ ไม่สบายผิวสักเท่าไหร่ค่ะ แต่ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พอตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกผิวอิ่มฟู สุขภาพดีขึ้นจริงๆค่ะ

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์พร้อมสรุปรีวิวจากผู้ใช้จริงได้ที่:

บทความ [รีวิว] Laneige Water Sleeping Mask EX เติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวให้ขาวกระจ่างใส!

3. แบรนด์ SKIN1004

แบรนด์ SKIN1004

แบรนด์ SKIN1004 จุดเด่นของเค้าคือความเป็นธรรมชาติค่ะ เพราะส่วนผสมของเค้าที่เป็นส่วนผสมหลักคือ “Centella Asiatica” หรือว่าเป็น ใบบัวบกที่เรารู้จักนั่นเอง ที่เค้าคัดสรรมาอย่างดีจากประเทศมาดากัสการ์ นอกจากนี้เค้ายังเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจในรายละเอียดของแต่ละส่วนผสม โดยปราศจากสารอันตรายต่างๆซึ่งเค้าออกแบบมาให้ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายสามารถใช้งานได้กับทุกสูตรอีกด้วย ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติและการคัดสรรวัตถุดิบออกแบบสูตรให้สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวแม้ผิวแพ้ง่าย พี่รัศมีไม่แปลกใจเลยล่ะค่ะว่าทำไม SKIN1004 ถึงกลายเป็นสกินแคร์ที่นิยมกันไปทั่วโลกแบบนี้

สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบรนด์ SKIN1004

แนะนำผลิตภัณฑ์สกินแคร์เกาหลี 2023 – SKIN1004

โทนเนอร์ SKIN1004 Madagascar Centella Toning Toner

โทนเนอร์ SKIN1004 Madagascar Centella Toning Toner

เรื่องโทนเนอร์ไว้ใจ SKIN1004 เป็นโทนเนอร์สำหรับ ปลอบประโลมผิว ทำความสะอาดรูขุมขน ผลัดเซลล์ผิว เติมความชุ่มชื้น และสามารถกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินบนผิวหน้า เผยผิวหน้าที่กระชับและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยลดอาการอักเสบบนผิวหน้าและช่วยในกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เสียหาย
ไม่ว่าจะเป็นรอยแผลหรือรอยด่างจากสิว ควบคุมความมันบนผิวหน้าให้สมดุล ช่วยลดปัญหาสิวและการอุดตัน และยังมี่สวนผสมอย่าง PHA และ Niacimiade ที่ช่วยลดความหมองคล้ำ บำรุงผิวให้กระจ่างใสขึ้น บอกเลยว่าพลาดไม่ได้แล้วน้าา

บทความ รีวิว SKIN1004 Madagascar Centella Toning Toner

4. แบรนด์ Banila CO

แบรนด์ Banila CO

แบรนด์สกินแคร์สำหรับผู้หญิงจากกรุงโซลประเทศเกาหลี Banila CO เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่พร้อมกับกระแส K-Beauty ที่ได้รับความนิยมและยอมรับจากทั่วโลก เป็นแบรนด์ๆหนึ่งที่พี่รัศมีรู้สึกว่าน่าสนใจมากค่ะ สกินแคร์ของแบรนด์ทั้งมีประสิทธิภาพให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อผิว และมีแพคเกจที่สวยน่าใช้ในแต่ละผลิตภัณฑ์อีกด้วย ดึงดูดใจแบบสุดๆไปเลยค่ะ Banila CO เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่มีแนวคิด Skincare For Makeup คือการผสมผสานระหว่างการดูแลผิวและการแต่งหน้าสามารถไปพร้อมกัน และส่งเสริมกันและกันให้ผิวหน้าสวยแบบฉ่ำโกลว์ขึ้นได้ค่ะ

สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบรนด์ Banila CO

แนะนำผลิตภัณฑ์สกินแคร์เกาหลี 2023 – Banila CO

โฟมล้างหน้า BANILA CO Clean it Zero Foam Cleanser

โฟมล้างหน้า BANILA CO Clean it Zero Foam Cleanser

สำหรับใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่มีประสิทธิภาพ สามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกนั้น พี่รัศมีว่าตัว BANILA CO Clean it Zero Foam Cleanser ตอบโจทย์มากๆเลยนะคะ เพราะนอกจากที่จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกได้ทั่วทุกรูขุมขนแล้วยังช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้านหลังล้างหน้าอีกด้วยค่ะ แถมยังอัดแน่นไปด้วยประโยชน์จาก Acarola และสมุนไพรต่างๆอีกด้วย คุ้มค่าแก่การตำมากๆเลยยย

บทความ รีวิว BANILA CO Clean it Zero Foam Cleanser

5. แบรนด์ SOME BY MI

แบรนด์ SOME BY MI

SOME BY MI มาจากคำว่า Something By a Miracle ซึ่งตัวแบรนด์เค้าคงคอนเซปในเรื่องของการใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ผลิตภัณฑ์จะช่วยเรื่องการบำรุงผิวหน้าที่อ่อนโยนแม้กับผิวบอบบาง ผิวเป็นสิว ผิวแพ้ง่าย มีตัวแทนนำเข้ามาจำหน่ายจนกลายเป็นที่นิยมทั่วประเทศไทย

ซึ่งไอเทมเด็ดของเค้าที่ฮอตอิตที่สุดก็คือไอเทมที่ช่วยดูแลรักษาผิวเป็นสิว โทนเนอร์ เซมรั่ม ครีมบำรุงผิวหน้ารวมไปถึงโฟมล้างหน้า โดยเฉพาะไลน์สกินแคร์สุดปังอย่าง AHA-PHA-BHA 30Days Miracle นั่นเองค่ะ งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าผลิตภัณฑ์ตัวท็อปของเค้ามันดียังไง

สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบรนด์ SOME BY MI

แนะนำผลิตภัณฑ์สกินแคร์เกาหลี 2023 – SOME BY MI

ครีมบำรุงผิวหน้า SOME BY MI AHA-BHA-PHA 30Days Miracle Cream

ครีมบำรุงผิวหน้า SOME BY MI AHA-BHA-PHA 30Days Miracle Cream

เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่ใครหลายๆคนเลือกซื้อซ้ำกันหลายคนมากๆเลยล่ะค่ะ โดยทุกคนต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าตัวเนื้อครีมของเค้านั้นบางเบา ซึมไว และเกลี่ยง่าย เนื้อครีมมีกลิ่นที่หอมสดชื่น หลังใช้แล้วสบายผิว สามารถรับรู้ได้ถึงการฟื้นฟูบำรุงผิวได้จริงทันที จุดเด่นของเค้าคือ ฟื้นฟูและปลอบประโลมผิว
ลดเลือนริ้วลอย ผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ปรับผิวให้กระจ่างใส และมอบความชุ่มชื้นให้กับผิว นั่นเองค่ะ จะใช้ทั้ง เช้า-เย็น ก็ได้เลยนะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ บางคนอาจจะแพ้ได้ค่ะ แต่โดยรวมแล้วขอบอกว่าพลาดไม่ได้เลย ต้องลอง!

บทความ รีวิว SOME BY MI AHA-BHA-PHA 30Days Miracle Cream

6. แบรนด์ The Saem

แบรนด์ The Saem

มาต่อกับรีวิวเครื่องสำอางค์กันดีกว่าค่ะ คงไม่ค่อยได้ยินชื่อแบรนด์นี้เท่าไหร่ใช่มั้ยคะ เป็นแบรนด์ที่มีมาเกือบ 10 กว่าปีแล้ว ความหมายของชื่อแบรนด์เค้าในภาษาเกาหลี คือแปลว่า “ธรรมชาติ” ค่ะ จึงทำให้ส่วนผสมหรือแพคเกจจิ้งของเค้าก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย ไม่มีการทดลองในสัตว์ จุดมุ่งหมายของ Saem คือการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางคุณภาพสูงและราคาไม่แพง ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้ได้รับความนิยมในหมู่ผู้หญิงเกาหลี และยังได้รับความนิยมในส่วนอื่นๆ ของโลกอีกด้วย มาดูกันดีกว่าค่ะว่าผลิตภัณฑ์ของเค้ามีดียังไงบ้าง

สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบรนด์ The Saem

แนะนำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์เกาหลี 2023 – The Saem

บลัชออน The Saem Saemmul Single Blusher

เครื่องสำอางเกาหลี 2023 บลัชออน The Saem Saemmul Single Blusher

ใครที่ชอบบลัชออนแบบสีตุ่นๆ #RD02 น้องเค้าดีมากกก ทาแล้วหน้าอมชมพูเหมือนบ่มแดด ผิวเข้มก็สวยค่ะ พี่รัศมีว่ายี่ห้อนี้ตอบโจทย์สีที่ทุกคนตามหาเลยล่ะค่ะ แล้วเป็นสีที่หมดบ่อยด้วย สำหรับบลัชออนเค้าจะมีเฉดสีให้เลือกถึง 32 สี และมีเม็ดสีที่แน่นมาก สามารถกลมกลืนไปกับผิวของเราได้ง่ายดาย เนื้อสัมผัสจะเป็นแป้งนุ่มๆคล้ายครีม เกลี่ยง่ายมากไม่เป็นปื้น เหมาะกับลุคสบายๆเติมระหว่างวันได้เลยนะให้ฟีลสาวเกาหลี เกาใจสุดๆไปเลย แต่เค้าอาจจะติดทนไม่นานเท่าที่ควรนะคะ พี่รัศมีว่าคุ้มกับราคา ไม่เกิน 200 บาทแน่นอน

บทความ รีวิวThe Saem Saemmul Single Blusher

7. แบรนด์ ESPOIR

แบรนด์ ESPOIR

แบรนด์นี้ชื่อว่า “เอสปัวร์” ค่ะ พี่รัศมีกรี๊ดกับแพคเกจจิ้งของเค้า คือมันน่าใช้มากๆแล้วดูทันสมัยและก็ดูแพงไปพร้อมๆกัน ผลิตภัณฑ์ของเค้าจะมีตั้งแต่เบสลงก่อนแต่งหน้าไปถึงพวกเครื่องสำอางต่างๆเมกอัพเบสที่เป็นผลิตภัณฑ์ Vegan มีความบางเบาเป็นธรรมชาติ สีไม่ดรอประหว่างวัน และ สวยติดทนตลอดทั้งวันเลยค่ะ

ใครชอบลุคสวยสุขภาพดี ต้องลองใช้เครื่องสำอางค์เค้า คู่กับสกินแคร์เกาหลีดีๆซักตัว รับรองว่าฟินิชลุคจะดูสวยแบบแพง สวยแบบสับ แน่นอนค่ะ เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า เครื่องสำอางคของเค้าตัวไหนขายดีที่สุด

สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบรนด์ ESPOIR

แนะนำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเกาหลี 2023 – Espoir

เมคอัพเบส Espoir Peach Skin Fitting Base SPF 41 PA++++

เครื่องสําอางเกาหลี 2023 เมคอัพเบส Espoir Peach Skin Fitting Base SPF 41 PA++++

เมคอัพเบสเนื้อชมพูพีช แพคเกจจึ้งที่ช่วยปรับสีผิวให้สว่างขึ้นดูสุขภาพดีเหมือนสาวเกาหลี สามารถกันแดดได้ค่ะและปกปิดขุมขนได้เรียบเนียนเลยนะ เวลาลงก่อนแต่งหน้าทำให้หน้าดูเรียบ เบลอรูขุมขนได้ดี ผิวดูสว่างขึ้น ผิวแพ้ง่ายใช้ได้เลยค่ะ ไม่มีส่วนผสมอันตรายต่างๆที่ทำให้หน้าเราพังแน่นอน เนื้อแอบเหมือนกันแดดแต่ทาแล้วกลมกลืนไปกับผิวเลยค่ะ ไม่วอกแน่นอน

บทความ รีวิวThe Saem Saemmul Single Blusher

8. แบรนด์ 3CE

แบรนด์ 3CE
มาเจอกับอีก 1 ตัวท็อปแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลี 2023 กันค่ะ 3CE นั่นเอง ไม่ว่าจะไปที่ร้านขายเครื่องสำอางคบนห้างร้านไหน แบรนด์ที่คนไว้วางใจมากที่สุดก็หนีไม่พ้น 3CE แล้วเค้ามีดีอะไรกันนะที่ทำให้คนเลือกใช้เครื่องสำอางคแบรนด์นี้ จุดเด่นคือ สีติดทนชัดค่ะ เม็ดสีชัดมากแค่ใช้บางๆก็ให้สีสวยแล้ว เฉดสีก็มีให้เลือกเยอะ เหมาะกับทุกโทนสีผิวของสาวเอเชีย พร้อมตัวเลือกผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น ลิปสติก อายแชโดว์ บลัชออน ดินสอเขียนคิ้ว อินไลน์เนอร์ คุชชั่น นอกจากเครื่องสำอางแล้วแบรนด์ 3CE ยังจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์เกาหลีอีกด้วย

สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบรนด์ 3CE

แนะนำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเกาหลี 2023 – 3CE

ลิปทินท์เกาหลี 3CE Velvet Lip Tint

เครื่องสำอางคเกาหลี 2023 ลิปทินท์เกาหลี 3CE Velvet Lip Tint

9. แบรนด์ JUNGSAEMMOOL

แบรนด์ JUNGSAEMMOOL

แบรนด์ Jung Saem Mool ก่อตั้งโดย จองแซมมุล เมคอัพอาร์ทิสต์ระดับไอคอนของเกาหลี โดยมีคอนเซ็ปคือ Natural เผยผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ Trendy สร้างสรรค์ลุคที่ทันสมัย และ Professional เนรมิตลุคสวยได้แบบมืออาชีพ ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ สกินแคร์, เบสเมคอัพ, เมคอัพคัลเลอร์ และอุปกรณ์แต่งหน้า ตัวแพคเกจของเค้าคือสวย หรู แพง น่าใช้มากค่ะ แต่พิเศษคือผลิตภัณฑ์ของเค้าก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ได้ลุคออกมาดูธรรมชาติและดึงความงามจากเอกลักษณ์ของแต่ละคนออก ดูดีเป็นมืออาชีพเลยค่ะ 

สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบรนด์ JUNGSAEMMOOL

แนะนำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเกาหลี 2023 – JUNGSAEMMOOL

คุชชั่นสูตรเพื่อผิวโกลว์ Essential Skin Nuder Cushion SPF50+/ PA+++

คุชชั่นสูตรเพื่อผิวโกลว์ Essential Skin Nuder Cushion SPF50+/ PA+++

คุชชั่นของ JUNGSAEMMOOL ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีใช่มั้ยคะ สำหรับใครที่สายเมคอัพอาร์ตติสหรือแต่งหน้าออกงานเป็นประจำ แน่นอนว่าเคยลองตัวนี้กันแล้ว คุชชั่นที่ให้ลุคดูโกล์ว ผิวฉ่ำน้ำ รวมทั้งมี SPF ที่ช่วยกันแดดได้ พี่รัศมีคอนเฟิร์มเลยค่ะว่ารูขุมขน รอยต่างๆบนหน้าจะถูกปกปิด ติดทนนานไม่หลุดระหว่างวันเลยค่ะ ดูเนียนสวยเหมือนดาราเกาหลีเลยแหละ แต่ไม่วอก ไม่เป็นคราบ กลืนไปกับผิวธรรมชาติแน่นอน
บทความ รีวิว Essential Skin Nuder Cushion SPF50+/ PA+++

10. แบรนด์ แบรนด์ BBIA

แบรนด์ BBIA

อันดับสุดท้ายของเครื่องสำอางเกาหลี 2023 ในวันนี้คือแบรนด์ BBIA “เปีย” เป็นแบรนด์เครื่องสำอางของเกาหลีใต้ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 แบรนด์นี้ขึ้นชื่อในด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ราคาไม่แพง และยังมีความสวยงามทันสมัยและแหวกแนว ผลิตภัณฑ์ของ BBIA ได้รับความนิยมในหมู่คนหนุ่มสาวในเกาหลีและทั่วโลก พี่รัศมีเห็นผลิตภัณฑ์ของเค้าดูดีและทันสมัยมากค่ะ

ตอบโจทย์คนที่ชอบอะไรเรียบง่าย สีโทนธรรมชาติ เค้ามีตั้งแต่ อายแชโดว์ จนถึงลิปสติก เป็นโทนที่พี่รัศมีชอบมากๆ เพราะเหมาะกับสาวผิวแทนอย่างเราๆเพราะออกโทนน้ำตาล ดูแพงมาก หรือผิวขาวกก็คือสวยสุดๆขับผิว ให้เป็นแบรนด์ที่ถูกและดีมีอยู่จริงแน่นนอนจ้า

สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบรนด์ BBIA

แนะนำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเกาหลี 2023 – BBIA

อายไลน์เนอร์ Bbia Never Die Brush Eyeliner

อายไลน์เนอร์ Bbia Never Die Brush Eyeliner

ตัวนี้ขายดีในแบรนด์นี้เลยค่ะ มาด้วยกัน 2 เฉดฉีให้เลือก ดำและน้ำตาล เนื้อสีชัดมาก แปรงนุ่มไม่เลอะขอบตาเวลาเขียน ที่สำคัญเลยเค้าเป็นผลิตภัณฑ์ Vegan ที่ไม่ทดลองในสัตว์หรือมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายหรือมาจากสัตว์แน่นอน สามารถกันน้ำ กันเหงื่อ เล่นสงกรานต์กรีดตาไปฉ่ำไม่ต้องห่วงมาจะหลุดเลยค่ะ ส่วนแพคเกจเป็นสีน้ำเงิน สวยมาก ดูเรียบๆโก้ๆไม่เหมือนแบรนด์ไหน พี่รัศมีให้คะแนน 10/10 ไปเลยจ้า

บทความ รีวิว Bbia Never Die Brush Eyeliner

สรุปบทความ 10 แนะนำ แบรนด์สกินแคร์+เครื่องสำอางเกาหลี น่าลอง! 2023

เป็นไงบ้างคะกับบทความนี้ เอาจริงแบรนด์เกาหลีมีเยอะมากๆที่เราสามารถหาได้จากช็อปต่างๆในประเทศไทย ราคาจับต้องได้ คุณภาพดีเลยค่ะ สามารถเลือกตามความต้องการของเราได้เลย หากใครที่ชอบสกินแคร์เกาหลี อยากรู้ว่าตัวไหน หรือยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะกับผิวของเรา ลองเข้าไปดูได้ที่ เว็ปไซต์ของรัศมี ในหมวดหมู่สกินแคร์กันได้เลย หรือจะเป็นเครื่องสำอางเกาหลี เราก็มีบทความมาให้ทุกคนได้เลือกจิ้มใส่ตะกร้ากันค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

1. สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเกาหลีได้ที่ไหน?

ในประเทศไทย เราสามารถหาได้จากช็อปต่างๆในห้างได้เลยค่ะ หรือ Shopee Lazada ก็มีให้เลือกเยอะเลย หรือจะเป็น Official Websites ก็ได้นะ หากบางแบรนด์ที่ยังไม่เข้าไทยก็จะมีร้านรับหิ้วใน IG เยอะแยะให้เลือกซื้อเลยค่ะ

2. สกินแคร์เกาหลี กับสกินแคร์ญี่ปุ่น ต่างกันอย่างไร?

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของเกาหลีและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของญี่ปุ่นต่างก็ขึ้นชื่อในเรื่องการเน้นการป้องกันและสุขภาพผิวในระยะยาว อย่างไรก็ตามมีความแตกต่างที่สำคัญระหว่างทั้งสอง สกินแคร์ของเกาหลีมักจะเน้นไปที่การทาเป็นชั้นๆ มากกว่า ในขณะที่สกินแคร์ของญี่ปุ่นมักจะเน้นไปที่การใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงมากกว่า

3. สกินแคร์เกาหลีใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะเห็นผล?

โดยทั่วไปจะใช้เวลา 4-6 สัปดาห์จึงจะเห็นผลที่เห็นได้ชัดเจนจากสกินแคร์เกาหลี อย่างไรก็ตาม บางคนอาจเห็นผลช้า เพราะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนกับผลิตภัณฑ์ที่เราใช้นั่นเองค่ะ

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *