โทนเนอร์ใช้ตอนไหน? 5 วิธีใช้โทนเนอร์ให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด!

โทนเนอร์ใช้ตอนไหน? วิธีใช้โทนเนอร์ให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด!

โทนเนอร์ เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ขาดไม่ได้ในขั้นการตอนการดูแลผิวเลยล่ะค่ะ ถือว่าจำเป็นมากๆแล้ว โทนเนอร์ใช้ตอนไหน ? จะใช้หลังการทำความสะอาดผิว โดยเฉพาะเวลาเราเตรียมผิวก่อนแต่งหน้าหรือลงครีมเพื่อบำรุงผิวเพราะเค้าจะช่วยในการดูดซึมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้ดีขึ้น ทำให้ผิวของเราสามารถดูดซับประสิทธิภาพของเซรั่ม มอยส์เจอร์ไรเซอร์ และสกินแคร์ตัวอื่นๆให้ทำงานได้ดีขึ้นนั่นเอง

วันนี้พี่รัศทีจะมาแชร์เคล็ดลับ 5 วิธีใช้โทนเนอร์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีสุด และเราควรใช้โทนเนอร์ตอนไหน ใช้ยังไงให้ซึมเข้าสู่ผิวและบำรุงได้ล้ำลึก ตามพี่รัศมีมาในบทความนี้ได้เลยจ้าาา

โทนเนอร์ใช้ตอนไหน ผู้หญิงใช้โทนเนอร์ทำความสะอาดผิวหน้าโทนเนอร์ใช้ตอนไหน ?

พี่รัศมีได้รับคำถามเกี่ยวกับวิธีใช้โทนเนอร์มาเยอะมากเลยค่ะ หลังจากได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับ Korean Skincare Routine 101: ดูแลผิวแบบสาวเกาหลี ดียังไง เอาล่ะวันนี้มาทำตามสัญญา พี่รัศมีจะมาแชร์ความรู้ตั้งแต่ การใช้โทนเนอร์ดีกับผิวยังไง ประเภทของผิวเราเหมาะกับโทนเนอร์ตัวไหน และวิธีการใช้โทนเนอร์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันค่ะว่าควรเริ่มใช้โทนเนอร์ยังไง ตามหลักการแล้ว ควรใช้โทนเนอร์หลังการทำความสะอาดใบหน้าและก่อนทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ 

สำหรับความถี่ในการใช้โทนเนอร์ควรปรับให้เหมาะกับความต้องการของผิวแต่ละคน สำหรับสภาพผิวส่วนใหญ่ แนะนำให้ทาวันละสองครั้ง หนึ่งครั้งในตอนเช้าและอีกครั้งในเวลากลางคืน แต่คนที่มีผิวแพ้ง่ายหรือผิวแห้งควรใช้แค่วันละครั้งก็พอค่ะ สำหรับคนผิวมันหรือเป็นสิวง่ายอาจจะใช้วันละสองครั้ง เช้า-เย็น ค่ะ

ข้อดีของการใช้โทนเนอร์

1. ช่วยกำจัดสิ่งตกค้างที่หลงเหลือจากการล้างหน้า

หลังจากทำความสะอาดสิ่งสกปรกตกค้างบนใบหน้าด้วยคลีนซิ่งทำความสะอาด โทนเนอร์ทำหน้าที่เป็นการล้างหน้าครั้งสุดท้าย โดยขจัดคราบที่ตกค้าง เพื่อเตรียมผิวไว้สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในขั้นตอนต่อไปค่ะ

2. การฟื้นฟูค่า pH ปรับสภาพผิวให้สมดุล

การทำความสะอาดผิวด้วยพวกโฟม หรือคลีนซิ่งอาจจะทำให้ความสมดุลของค่า pH ตามธรรมชาติของผิวไม่คงที่ ทำให้ผิวเสี่ยงต่อการระคายเคืองและความแห้ง โทนเนอร์สามารถช่วยฟื้นฟูระดับ pH ที่เหมาะสมของผิว สร้างสภาพแวดล้อมที่กลมกลืนเพื่อให้เซลล์ผิวเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีนั่นเองค่ะ

3. ช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว

โทนเนอร์ไม่เพียงแต่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกตกค้างนะคะ แต่ยังสามารถช่วยเติมความชุ่มชื้นและช่วยฟื้นฟูผิวดีมากๆเลยค่ะ หากใครที่มีผิวแห้งหรือขาดน้ำ โทนเนอร์จะช่วยให้ผิวเรากักเก็บน้ำดีขึ้น

4. ช่วยดูดซึมผลิตภัณฑ์ดูแลผิว รับการบำรุงแบบเต็มๆ

โทนเนอร์ทำหน้าที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและปรับสภาพผิว โทนเนอร์ช่วยให้เซรั่ม มอยส์เจอร์ไรเซอร์ และทรีตเมนต์ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ลึกยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผิวขั้นสุด

 

โทนเนอร์ใช้ตอนไหน หยดโทนเนอร์ลงสำลีเพื่อช่วยดูดซึมผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

เทคนิคการเลือกโทนเนอร์ที่เหมาะสมกับผิว

1. ผิวมัน

สำหรับผิวมัน ควรเลือกโทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์หรือวิชฮาเซล(Witch hazel) ซึ่งช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันและลดการเกิดสิวหรือ โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของ AHA และ BHA เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีผิวมันหรือเป็นสิวง่าย ร่วมด้วยกับการผลัดเซลล์ผิวลดการอุดตันของผิวค่ะ

พี่รัศมีขอแนะนำตัวนี้ค่ะ COSRX AHA/BHA Clarifying Treatment Toner เป็นโทนเนอร์ที่มีคุณสมบัติที่สามารถช่วยปรับสภาพผิว ปรับผิวให้เรียบเนียน ทำความสะอาดสิ่งอุดตันรูขุมขนอย่างล้ำลึก พร้อมผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ขจัดสิ่งสกปรก และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ในขั้นตอนเดียว

โทนเนอร์ผิวมัน COSRX AHA/BHA Clarifying Treatment Toner

2. ผิวแห้ง

ผิวแห้งต้องใช้โทนเนอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นและบรรเทาอาการระคายเคือง เลือกโทนเนอร์ที่มีกรดไฮยาลูโรนิกหรือว่านหางจระเข้

สำหรับผิวแห้งต้องการผิวฉ่ำ กักเก็บน้ำได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ พี่รัศมีว่า ANUA Birch 70% Moisture Boosting Toner เป็นอีก 1 ตัวเลือกที่ดีเลยค่ะ เป็นโทนเนอร์บำรุงผิว อุดมไปด้วยสารสกัดจากไม้เบิร์ช 70% ช่วยปลอบประโลมผิวแพ้ง่ายและบอบบาง ให้ความชุ่มชื้นได้ดีมาก และช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันให้แก่ผิว

โทนเนอร์ ANUA Birch 70% Moisture Boosting Toner

3. ผิวผสม

ผิวผสมต้องการโทนเนอร์ที่ใช้ได้ทั้งผิวบริเวณมันและแห้ง เลือกใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่สมดุล เช่น ชาเขียวหรือคาโมมายล์ เช่นตัว Pixi Glow Tonic Exfoliating and Brightening Toner เป็นโทนเนอร์ที่ช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายและช่วยยับยั้งการอักเสบของสิว ลดสิวผด และสิวเสี้ยน จะช่วยปลอบประโลมทุกสภาพผิว แม้แต่ผิวที่บอบบางแพ้ง่าย ถือว่าครบองค์ ผิวผสมใช้ได้แน่นอนค่ะ

โทนเนอร์ Pixi Glow Tonic Exfoliating and Brightening Toner

4. ผิวแพ้ง่าย

ผิวแพ้ง่ายจำเป็นต้องดูแลมากกว่าผิวประเภทอื่นค่ะ ควรเลือกโทนเนอร์ไร้น้ำหอมและแอลกอฮอล์ที่มีส่วนผสมอ่อนโยน เช่น น้ำกุหลาบหรือสารสกัดจากแตงกวา หรือจะเป็น Cetaphil Bright Healthy Radiance Brightness Refresh Toner ตัวนี้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอ่อนโยนต่อผิว ใครกังวลว่าจะแพ้ เค้าได้ทำการวิจัยจากแพทย์ผิวหนังว่าไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ต่อู้ใช้แน่นอนค่ะ ข้อดีของเค้าคือ ช่วยปรับสภาพผิว ลดเลือนจุดด่างดำ พร้อมปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้น สีผิวแลดูสม่ำเสมอมากขึ้น

โทนเนอร์ไร้น้ำหอมและแอลกอฮอล์ Cetaphil Bright Healthy Radiance Brightness Refresh Toner

5 วิธีใช้โทนเนอร์ให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด

1. ทำความสะอาดผิวหน้าให้ทั่วถึง

ก่อนลงโทนเนอร์พี่รัศมีแนะนำว่าให้เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดผิวหน้า ขั้นตอนแรกนี้จะขจัดเครื่องสำอาง และสิ่งสกปรกที่อาจสะสมตลอดทั้งวัน และยังช่วยให้โทนเนอร์สามารถแทรกซึมเข้าสู่ผิวได้ลึกยิ่งขึ้น

2. เลือกน้ำยาทำความสะอาดที่อ่อนโยนและเหมาะกับประเภทผิว

สำหรับผิวมันหรือเป็นสิวง่าย คลีนเซอร์ที่มีกรดซาลิไซลิกหรือเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์สามารถช่วยควบคุมการผลิตซีบัม สำหรับผิวแห้งหรือแพ้ง่าย เลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ให้ความชุ่มชื้นและมีสารลดแรงตึงผิวอ่อนๆ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำมันตามธรรมชาติของผิวหลุดออกไป หากใครที่สงสัยว่าควรเลือกคลีนซิ่งยังไงให้เหมาะกับผิว ตามมาที่บทความนี้ได้เลยค่ะ

3. หยดโทนเนอร์ให้ทั่วสำลี

ก่อนใช้โทนเนอร์ หลังจากล้างหน้าเสร็จให้เช็ดหน้าหมาดๆ ใช้โทนเนอร์ 2-3 หยดลงบนสำลี หลีกเลี่ยงการเทลงบนสำลีแบบชุ่มๆ เพราะไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพแตกต่างกันมากเท่าไหร่ค่ะ และเปลืองโทนเนอร์ หรือหยดน้อยเกินไป ก็จะทำให้เช็ดแล้วบาดผิว ทำให้ผิวระคายเคืองได้
หลีกเลี่ยงการใช้สำลีก้อน เพราะจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ ควรใช้สำลีที่อ่อนนุ่มและอ่อนโยนต่อผิว

4. รอโทนเนอร์แห้ง เพื่อการดูดซึมได้ดีขึ้น

เพื่อให้โทนเนอร์ดูดซึมได้ดี ควรปล่อยให้โทนเนอร์แห้งและค่อยลงมอยส์เจอร์ไรเซอร์ตาม ควรใส่ใจบริเวณทีโซน (หน้าผาก จมูก และคาง) และบริเวณรอบรูจมูก ค่อยๆ เช็ดแผ่นสำลีให้ทั่วบริเวณเหล่านี้เพื่อขจัดสิ่งตกค้าง

5. เพิ่มความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์

หลังจากที่โทนเนอร์แห้งสนิทแล้ว ให้เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายในการดูแลผิว คือการเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยการทามอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยเสริมการทำงานของโทนเนอร์โดยการล็อคความชุ่มชื้นและให้สารอาหารเพิ่มเติมแก่ผิวนั่นเองค่ะ

 

วิธีการดูแลผิว และขั้นตอนการใช้โทนเนอร์

เคล็ดลับการใช้โทนเนอร์อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ใช้โทนเนอร์วันละสองครั้ง หนึ่งครั้งในตอนเช้าและอีกครั้งในเวลากลางคืน

การใช้โทนเนอร์เป็นประจำจะช่วยรักษาสุขภาพโดยรวมและความสมดุลของผิว ควรใช้โทนเนอร์ในการดูแลผิวในตอนเช้าและตอนเย็นจะทำให้ผิวของเราได้รับประสิทธิสูงสุดจากการใช้โทนเนอร์ติดต่อกันและโทนเนอร์ยังช่วยขจัดสิ่งสกปรก และเตรียมผิวสำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวครั้งต่อไป

2. เก็บโทนเนอร์ให้ห่างไกลจากแสงแดด

โทนเนอร์มีส่วนผสมที่สามารถย่อยสลายได้เมื่อสัมผัสกับความร้อน แสงแดด และความชื้นที่มากเกินไป ควรเก็บโทนเนอร์ให้ห่างไกลจากแสงแดด เช่น ในตู้เก็บของในห้องน้ำหรือลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง จะช่วยรักษาประสิทธิภาพและยืดอายุการเก็บ

3. อย่าใช้โทนเนอร์บริเวณดวงตาหรือบริเวณใกล้ริมฝีปาก

ผิวบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากมีความบอบบางมากและสามารถเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการใช้โทนเนอร์กับบริเวณเหล่านี้โดยตรง ควรใช้โทนเนอร์กับบริเวณใบหน้าและลำคอจะดีที่สุดค่ะ

4. หากเกิดอาการระคายเคือง ให้หยุดใช้โทนเนอร์และปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

แม้ว่าส่วนมากโทนเนอร์จะทำให้เกิดผิวระคายเคืองน้องกว่าผลืตภัณฑ์อื่นๆ แต่หากว่าใครมีอาการระคายเคือง แดง หรือแสบเมื่อทา ให้หยุดใช้โทนเนอร์ทันทีและขอคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังเพื่อหาสาเหตุและแนะนำทางเลือกอื่นในการดูแลผิวค่ะ

หยดโทนเนอร์ลงบนฝ่ามือ

ส่งท้ายบทความ

เป็นยังไงบ้างคะ ได้ไอเดียการดูแลผิวหน้าโดยใช้โทนเนอร์กันแล้วใช่มั้ย ทั้ง 5 วิธีใช้โทนเนอร์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีสุด ที่พี่รัศมีได้แชร์วันนี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ สิ่งที่ดีที่สุดในการดูแลผิวคือความสม่ำเสมอและอดทนค่ะ เพราะว่าทุกอย่างต้องใช้เวลาในการดูแลถึงจะดีที่สุด ไว้บทความหน้าพี่รัศมีจะมาพูดเรื่องอะไรเกี่ยวกับโทนเนอร์ อย่าลมติดตามนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

1. โทนเนอร์ใช้ตอนไหน ?

ควรทาโทนเนอร์หลังการทำความสะอาดใบหน้าและก่อนทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ เพราะหน้าเราจะสะอาด และถูกปรับสมดุลผิวให้สามารถดูดซึมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ได้ดีขึ้น

2. ควรใช้โทนเนอร์บ่อยแค่ไหน?

สภาพผิวส่วนใหญ่จะดูดซึมได้ดีเมื่อใช้โทนเนอร์วันละสองครั้ง หนึ่งครั้งในตอนเช้าและอีกครั้งในเวลากลางคืน สำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายอาจต้องการเริ่มต้นด้วยการใช้โทนเนอร์แค่วันละครั้งในเวลากลางคืน

3. ใช้มือในการทาโทนเนอร์หรือใช้สำลีจะเห็นผลดีที่สุด?

สามารถใช้โทนเนอร์ด้วยสำลีหรือด้วยมือก็ได้ค่ะ เห็นผลดีเหมือนกัน หากว่าใช้สำลี ควรเลือกแผ่นที่นุ่มและอ่อนโยน สำหรับการใช้โทนเนอร์ด้วยมือก็สามารถทำได้โดยการเทโทนเนอร์จำนวนเล็กน้อยลงบนฝ่ามือแล้วตบลงบนใบหน้า

4. หลังจากใช้โทนเนอร์ ควรรอนานแค่ไหนจึงจะทามอยเจอร์ไรเซอร์?

ควรรอให้โทนเนอร์แห้งก่อนที่จะทามอยเจอร์ไรเซอร์ ซึ่งจะทำให้โทนเนอร์แห้งสนิทและซึมเข้าสู่ผิวได้ดีและเตรียมพร้อมสำหรับการบำรุงขั้นตอนต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *