โทนเนอร์ กับ คลีนซิ่ง ต่างกันยังไง

โทนเนอร์ กับ คลีนซิ่ง ต่างกันยังไง?

สวัสดีจ้า กลับมาพบกันอีกแล้วกับพี่รัศมี วันนี้จะมาไขข้อข้องใจกับคำถามที่หลายๆคนสงสัยกันมากเลยแหละว่า Toner กับ Cleasing เนี๊ยะ แตกต่างกันยังไงอ่ะ? แล้วเราจำเป็นต้องใช้ทั้ง 2 อย่างมั้ยหรือว่าสามารถใช้แทนกันได้เลย หน้าจะสะอาดเหมือนกันรึป่าว เอาล่ะค่ะ ตามพี่รัศมีมาดูกันเลยว่าทั้งตัวโทนเนอร์และคลีนซิ่งเค้าทำงานกันยังไง ข้อดี – ข้อเสีย และใช้แทนกันได้รึป่าว มาไขคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ ในบทความนี้

โทนเนอร์ คืออะไร

พี่รัศมีขออธิบายคร่าวๆให้ทุกคนนะคะ โทนเนอร์เป็นของเหลวที่ใช้ทำความสะอาดผิวหน้าของเราหลังทำความสะอาด เพื่อขจัดสิ่งสกปรก น้ำมัน หรือเครื่องสำอางที่หลงเหลืออยู่ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดขนาดรูขุมขน ปรับสมดุลระดับ pH ของผิว และบรรเทาผิวที่ระคายเคือง หรือแม้กระทั่งโทนเนอร์ช่วยลดปัญหาสิวได้อีกด้วย
เป็นไอเท็มที่คนส่วนมากไม่ได้ใส่ใจแต่เรื่องของการปรับสมดุลให้ผิวก่อนลงมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนี่ย สำคัญมากเลยนะแล้วโทนเนอร์ที่เหมาะสมกับผิวเราจะยิ่งช่วยบูสผิวให้ดีขึ้นไปอีกค่ะ

โทนเนอร์ คืออะไร

จำเป็นต้องใช้โทนเนอร์มั้ย?

โทนเนอร์ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน แต่เป็นประโยชน์ต่อผิวบางประเภทค่ะ เช่น หากว่าเรามีผิวมันหรือเป็นสิวง่าย โทนเนอร์สามารถช่วยขจัดน้ำมันส่วนเกินและควบคุมการเกิดสิวได้ นอกจากนี้คนที่มีผิวแห้งใช้ เค้าจะช่วยได้ดีสำหรับเพิ่มความชุ่มชื้นและบรรเทาผิวค่ะ

มาดูตัวเลือกโทนเนอร์สำหรับผิวแต่ละประเภทกันดีกว่าค่ะว่า ผิวของเราเหมาะกับโทนเนอร์แบบไหนกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกโทนเนอร์ที่เหมาะกับประเภทผิวของเราและมีประสิทธิภาพที่สุด

คลีนซิ่ง คืออะไร

คลีนซิ่ง คือ ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยขจัดเครื่องสำอางและน้ำมันส่วนเกินบนผิวหน้าค่ะ แบบไม่ต้องใช้น้ำล้างออก หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า Makeup remover นั่นเอง เค้ามีสูตรพิเศษเพื่อสลายเครื่องสำอาง เช่น รองพื้น อายแชโดว์ มาสคาร่า และลิปสติก เป็นการเคลียร์ผิวให้สะอาดก่อนการล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ คลีนซิ่งมีหลายรูปแบบที่เหมาะกับสภาพผิวและความชอบของแต่ละคน และสภาพผิวเพราะคลีนซิ่งบางตัวก็ไม่เหมาะกับใบหน้าที่เป็นสิวหรือหน้าแห้งมากๆ ดังนั้นการเลือกคลีนซิ่งที่เหมาะกับหน้าจึงสำคัญไม่แก้กับการเลือกโทนเนอร์เลยนะ

มาดูตัวเลือกคลีนซิ่งสำหรับผิวแต่ละประเภทกันดีกว่าค่ะว่า ควรเลือกใช้คลีนซิ่งแบบไหนให้เหมาะกับผิวของเรา

โทนเนอร์ กับ คลีนซิ่ง ต่างกันยังไง? คลีนซิ่ง คืออะไร

จำเป็นต้องใช้คลีนซิ่งมั้ย?

การใช้คลีนซิ่งสำคัญมาก มันเหมือนเป็นด่านแรกที่จะช่วยขจัดพวกคราบต่างๆออกได้ถึง 80% เลยก็ว่าได้ค่ะ ก่อนอาบน้ำพี่รัศมีจะเช็ดหน้าด้วยคลีนซิ่ง แล้วตามด้วยโฟมคลีนเซอร์ที่จะช่วยลดคราบความมันออก บางตัวของคลีนซิ่งเค้าจะมีเบสน้ำมันที่สามารถช่วยลบเครื่องสำอางค์ออกได้ดี คลีนเซอร์ก็จะช่วยลบความมันหลังจากใช้คลีนซิ่งนั่นเอง และช่วยเรื่องความสะอาดเป็นอันดับต่อมานั่นเอง พี่รัศมีคิดว่าแค่ใช้คลีนเซอร์เพียวๆโดยไม่ผ่านการเช็ดหน้าด้วยตัวคลีนซิ่งก่อน ทำให้พวกเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกยังตกค้างอยู่ค่ะ

โทนเนอร์ กับ คลีนซิ่ง ต่างกันยังไง?

2 ตัวนี้ใช้ไม่เหมือนกันด้วยค่ะ ตัวคลีนซิ่งจะใช้ในอันดับแรกของการเริ่มทำความสะอาดผิวหน้าเลยก็ว่าได้ ช่วยลดคราบสิ่งสกปรกต่างๆและคอยป้องกันไม่ให้ผิวแห้งหรือระคายเคือง ขั้นตอนต่อมาเราจะใช้โฟม หรือเจลล้างหน้าหรือที่เรียกว่าคลีนเซอร์ในการทำความสะอาดซ้ำอีกทีให้ขจัดคราบสกปรก ต่อมาเป็นตัวของโทนเนอร์ค่ะ ที่ทำหน้าที่คอยเก็บคราบทั้งหมด รวมถึงช่วยปรับ pH ของผิวให้พร้อมสำหรับขั้นตอนบำรุงผิวนั่นเอง

โทนเนอร์ กับ คลีนซิ่ง ต่างกันยังไง?

สรุปแล้ว :

คลีนซิ่ง Cleansing = เช็ดสิ่งสกปรกออกจากใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น เครื่องสำอาง และน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า เป็นขั้นตอนแรกของการทำความสะอาดผิว

โทนเนอร์ Toner = ช่วยปรับผิวและช่วยฟื้นฟูผิวให้สมดุล อิ่มน้ำ ขจัดเซลล์ผิวที่ตายให้หน้าเราพร้อมดูดซึมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้ดีขึ้น

โทนเนอร์ กับ คลีนซิ่ง ทำงานคล้ายกันยังไง?

ถึงแม้ว่าทั้ง 2 ตัว วิธีการใช้งานและลักษณะการใช้งานจะแตกต่างกันแต่ก็มีบางอย่างที่เหมือนกันค่ะ

– เป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญในขั้นตอนของกิจวัตรการดูแลผิว

– สามารถช่วยดูแลและปรับปรุงสุขภาพโดยรวมของผิว

– ผลิตภัณฑ์มีให้เลือกหลายสูตรเพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างกัน

กิจวัตรการดูแลผิว

ขั้นตอนการดูแลผิว Skincare Routine เริ่มต้นยังไง

ขั้นตอนที่ 1: การทำความสะอาดผิวแบบล้ำลึก (Double Cleanse)

คือการทำความสะอาดผิวโดยใช้ cleansing ที่มีน้ำมันผสม เช่น คลีนซิ่งบาล์ม แล้วตามด้วยการทำความสะอาดโดยใช้ cleansing แบบธรรมดาค่ะ ข้อดีคือ ช่วยสลายความมันบนผิว เช่น ครีมกันแดดและเมคอัพจากนั้นเราก็จะล้างคราบน้ำมันที่หลงเหลืออยู่ด้วยคลีนเซอร์แบบธรรมดา เพื่อให้หน้าสะอาดมากยิ่งขึ้นนั่นเองคลีนเซอร์สูตรน้ำเหมาะที่สุดสำหรับการขจัดเหงื่อและสิ่งสกปรกที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ จึงเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว

ขั้นตอนที่ 2: การผลัดเซลล์ผิว

การผลัดเซลล์ผิว มีข้อดีคือ ช่วยให้ผิวเราเนียนขึ้น ลดการอุดตันของผิวที่เสื่อมสภาพและผิวกระจ่างใสขึ้นค่ะ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความเสื่อมของร่างกายส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวลดลง จึงเกิดการสะสมของชั้นผิว สาเหตุของผิวหมองคล้ำ หยาบกร้าน และอุดตัน เราจึงจำเป็นต้องดูแลผิวด้วยการผลัดเซลล์ผิวอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสม เพราะการผลัดเซลล์ผิวมีประโยชน์มากมายหลายอย่างเลยค่ะ

ขั้นตอนที่ 3: การใช้โทนเนอร์เพื่อเตรียมผิว

โทนเนอร์ เป็นส่วนสำคัญของการดูแลผิวของสาวเกาหลีเลยก็ว่าได้ค่ะ เนื่องจากโทนเนอร์จะช่วยปรับสมดุลค่า pH ของผิวและให้ความชุ่มชื้น สามารถช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตาย และช่วยให้ผิวกลับมานุ่มและเรียบเนียนอีกครั้ง ส่วนผสมส่วนใหญ่ของโทนเนอร์จะมี เช่น กรดไฮยาลูโรนิก ชาเขียว และสารสกัดจากธรรมชาติอื่นๆ

ขั้นตอนที่ 4: การใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ เติมความชุ่มชื้น

ขั้นตอนนี้สำคัญมากเลยนะ พี่รัศมีขอบอก เพราะว่าเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเรา การมีความสมดุลของความชุ่มชื้นในผิวเนี่ยนะคะ เป็นสัญญาณที่ดีว่าเรามีสุขภาพผิวที่ดี นอกจากการดื่มน้ำที่ทำให้สวยจากภายในที่ทำให้ผิวเปล่งปลั่งแล้ว การบำรุงด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ก็ดีไม่แพ้กันเลย

ขั้นตอนที่ 5: ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน

มาถึงขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันของ Korean Skincare Routine กันแล้วค่ะ ที่ขาดไม่ได้เลยยิ่งเราอาศัยอยู่ในเขตที่อากาศร้อนและแสงแดดแรงแบบนี้ อาจจะทำให้เกิดโรคผิวหนังจากแสงแดดได้ เมื่อเลือกครีมกันแดด ให้เลือกแบบ Broad Spectrum ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป เพื่อป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ดีที่สุดค่ะ

หากใครไม่แน่ใจว่าควรเลือกครีมกันแดดแบบไหนที่เหมาะกับเรา พี่รัศมีแนะนำให้อ่าน วิธีเลือกครีมกันแดด 2023 [เหมาะกับสภาพผิว] ดูกันนะคะ เผื่อว่าจะสามารถช่วยเราเลือกกันแดดที่เฉพาะให้กับประเภทผิวของเราได้

อย่าลืม!! ทาครีมก่อนออกแดด 15 ถึง 30 นาที และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อประสิทธิในการปกป้องที่ดีที่สุดค่ะ

สรุปบทความ โทนเนอร์ กับ คลีนซิ่ง ต่างกันยังไง?

โทนเนอร์และคลีนซิ่งเป็นส่วนสำคัญของขั้นตอนการดูแลผิว แต่มีวัตถุประสงค์ในการใช้แตกต่างกันเท่านั้นเองค่ะ โทนเนอร์ช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่หลงเหลืออยู่และปรับสมดุลระดับ pH ของผิว ในขณะที่คลีนเซอร์ช่วยขจัดสิ่งสกปรก น้ำมัน และเครื่องสำอาง ในขั้นตอนแรกของการทำความสะอาดใบหน้า พี่รัศมีแนะนำว่าให้ใช้คลีนเซอร์ก่อนเสมอ ตามด้วยโทนเนอร์ เท่านี้ใบหน้าเราก็จะห่างไกลจากสิว สิ่งสกปรก พร้อมรับการบำรุงผิวให้ดีขึ้นแน่นอนค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

1. สามารถใช้แค่โทนเนอร์หรือคลีนเซอร์อย่างเดียวได้มั้ย

สามารถทำได้ค่ะ แต่สุขภาพผิวของเรานั้นจะไม่ดีเท่าที่ควร เช่น หากใครที่มีผิวมันสามารถที่จะใช้แค่คลีนซิ่งสูตรสำหรับผิวมันในการทำความสะอาดเพียงอย่างเดียว แล้วก็บำรุงผิวตามขั้นตอนโดยไม่ต้องลงโทนเนอร์ หรือใครที่มีผิวแห้งอาจจะแค่ล้างหน้ากับคลีนเซอร์ แทนการเช็ดหน้าด้วยคลีนซิ่งก่อนและตามด้วยโทนเนอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวก็ได้ค่ะ

2. ควรเริ่มขั้นตอนไหนก่อนระหว่างลงโทนเนอร์หรือคลีนซิ่ง

ควรใช้คลีนซิ่งก่อนเสมอ ตามด้วยโทนเนอร์ เพื่อให้แน่ใจว่าผิวของเราสะอาดและพร้อมที่จะดูดซับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่นๆ

3. ควรใช้โทนเนอร์และคลีนซิ่งบ่อยแค่ไหน?

ควรทำความสะอาดผิวด้วยคลีนซิ่งวันละสองครั้ง หนึ่งครั้งในตอนเช้าและอีกครั้งในเวลากลางคืน และสามารถใช้โทนเนอร์วันละครั้งหรือสองครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพผิวค่ะ เช่น ผิวมัน อาจต้องการใช้โทนเนอร์วันละสองครั้งเพื่อควบคุมการผลิตน้ำมัน สำหรับมีผิวแห้งอาจต้องใช้โทนเนอร์เพียงวันละครั้งเท่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวแห้ง

4. ใช้โทนเนอร์แทนคลีนซิ่งได้ไหม

ไม่ได้ค่ะ โทนเนอร์เช็ดเครื่องสำอางไม่ได้เพราะ โทนเนอร์จะมีสารไฮยาลูลอนิก ช่วยผิวเกิดความชุ่มชื่น ซึ่งจะทำให้เปิดผิว ให้สารบำรุงจากครีมบำรุงหรือเซรั่มเข้าไปสู่ผิวชั้นล่างได้ดี เหมาะสำหรับเตรียมผิวให้ครีมซึมซึบ จึงไม่สามารถทำความสะอาดได้และยิ่งทำให้พวกสิ่งสกปรกอุดตันเข้าไปอีกนั่นเอง

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *